วีรพงษ์ วรวัตร

วิทยาลัยการเมืองการปกครอง

เสนอ อ.เฉลิมเกียรติ ภาระเวช

รายวิชา การเมืองกับวรรณกรรม

ลงเมื่อ 23/03/51

เรื่อง ...

การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของหญิงชาวอีสาน : มองผ่านบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ 

1. บทนำ                

                   ปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมระหว่างหญิงชาวอีสานกับชายชาวต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบยุโรป หรือที่เรามักเรียกแทนกันง่าย ๆ ว่า เอาผัวฝรั่ง และเรียกผู้หญิงนั้นว่าเป็น เมียฝรั่ง/ภรรยาฝรั่ง อันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคมอีสาน เห็นได้จากผลการทำวิจัยเรื่อง ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน (2547) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สนช.) จากปี พ.ศ. 2546 – 2547 พบว่าผู้หญิงชาวอีสานที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ มีจำนวนถึง 15,284 คน (อ้างถึงใน เดลินิวส์, 2547 : 3) จากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เขียนต้องการที่จะทราบถึงแง่มุมต่าง ๆ กล่าวคือ ในประเด็นแรกผู้เขียนต้องการที่จะชี้ให้เห็นและทำความเข้าใจว่าเหตุใดปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้จึงเกิดขึ้น หรืออีกในแง่มุมหนึ่งก็คือ ต้องการทราบว่า สาเหตุและ/หรือปัจจัยกระตุ้นใดที่ก่อให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในสังคมอีสานอย่างกว้างขวางดังกล่าวนั้น และอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนต้องการศึกษาและแสดงให้เห็นคือสภาพการณ์อันเป็นผลมาจาก สาเหตุ หรือ ปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้นอันส่งผลให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมขึ้น และเมื่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมเกิดขึ้นแล้วปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อสภาพสังคมในแง่มุมต่าง ๆ อย่างไรบ้างประวัติศาสตร์ของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมที่วิเคราะห์และพบเห็นในบทเพลงนั้นปรากฏอยู่ในบทเพลงที่ชื่อว่า คุณหญิงดอลลาร์ ซึ่งขับร้องโดย ทม นทีทอง ดาวตลกประจำวงระพิน ภูไท และบทเพลง แหม่มปลาร้า ซึ่งขับร้องโดย สายัณห์ สัญญา โดยบทเพลงนี้ประพันธ์โดย อาจารย์ชลธี ธารทอง บทเพลงแรกคือเพลง คุณหญิงดอลลาร์ นั้นได้แสดงหรือบอกเล่าเรื่องราวให้เราเห็นภาพของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมสมัยสงครามเวียดนามที่มีกองกำลังของทหารต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย โดยเฉพาะฐานทัพสหรัฐฯ ในจังหวัดอุดรธานี เห็นได้จากบทเพลงที่มีเนื้อหาว่า โก้จะตาย แม่คุณนายดอลลาร์ควงฝรั่งมังค่า แล้ววางท่าเป็นฮิปปี้เห็นหนุ่มไทยน้องทำเป็นไม่ไยดีเจอะเหรียญดอลล์พวกแยงกี้เลยไม่วอรี่แบงก์ไทยโก้จริงๆ คุณผู้หญิงดอลลาร์เงินฝรั่งมีค่า หรือถึงได้บ้ากันอยู่ได้เหรียญบาทเรามันน้อยค่าไปหรือยังไงเห่อเหรียญดอลล์กันเข้าไส้ ลืมแบงก์ไทยหรือคนดีหลงดอลลาร์ บ้าฝรั่งกันครึกโครมอเมริกันโกโฮม แล้วน้องจะนั่งโศกีคุณหญิงดอลลาร์จะวางท่ายังไงดีจะหนีไปบวชชี หรือก็ไม่มีใครเลื่อมใสไม่จีรัง หรอกน้องจงฟังพี่ควงกับพวกแยงกี้ สักวันจะต้องร้องไห้เขาอยู่เมืองเราไม่นานเขาก็จากไปสิ่งเหลือเดนเอาไว้ให้ คือเด็กไทยผมแดง ๆ

                 บทเพลงที่ยกมาให้เห็นนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเริ่มมีการกล่าวถึงการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในสังคมอีสานตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามซึ่งคนมักเรียกผู้หญิงเล่านั้นว่า เมียจีไอ/เมียเช่า และในบทเพลงที่สองคือเพลง แหม่มปลาร้า เนื้อหาคือทัศนของหนุ่มไทยที่รู้สึกสะใจ ที่เห็นทหารจีไอกลับบ้าน และปล่อยให้เมียเช่า หรือผู้หญิงที่ทำมาหากินกับทหารสหรัฐฯ ต้องนั่งคร่ำครวญหวนไห้อยู่แถวชุมชนใกล้ฐานทัพร้าง แต่อย่างไรก็ตามหากกล่าวถึงการเริ่มมีการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในยุคแรก ๆ จริง ๆ แล้ว ก็มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2398 ในช่วงหลังการเปิดประเทศ การค้าเสรี (พัชรินทร์ ลาภานันท์และคณะ, 2550 : 12) ซึ่งในยุคดังกล่าวการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมก็ยังคงไม่ได้รับการยอมรับเช่นเดียวกันกับยุคต่อมาที่ปรากฏในบทเพลงแหม่มปลาร้าและบทเพลงคุณหญิงดอลลาร์ดังกล่าวมา

                การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนั้น แท้จริงแล้วก็มีอยู่ในทุก ๆ ภูมิภาคของสังคมไทย แต่ในงานเขียนชิ้นนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะในขอบเขตของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยหรือที่เรียกกันว่า ภาคอีสาน เท่านั้น ซึ่งในงานเขียนชิ้นนี้ผู้เขียนมุ่งที่จะวิเคราะห์ปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมระหว่างผู้หญิงในสังคมอีสานกลุ่มหนึ่งกับผู้ชายที่เป็นชาวต่างชาติที่อยู่ในสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในแบบของชาติตะวันตก หรือวัฒนธรรมอื่นใดที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมไทย โดยในการวิเคราะห์นั้นจะได้วิเคราะห์ผ่านวรรณกรรม (Literature) ที่บ่งบอกเรื่องราวสภาพสังคมเกี่ยวกับการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม โดยที่ผู้เขียนนั้นได้กำหนดเอาบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์และตีความ และยังจะได้ใช้เพื่อทำความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ดังกล่าวในแง่มุมต่าง ๆ ที่ผู้เขียนจะได้กล่าวต่อไป และได้ใช้ข้อมูลในส่วนที่เป็นข้อมูลทุติยภูมิหรือข้อมูลปฐมภูมิจากแหล่งที่มีผู้เก็บรวบรวมและศึกษาไว้แล้ว อาทิเช่น สถิติต่าง ๆ มาประกอบในการวิเคราะห์ด้วย ดังจะได้กล่าวให้เห็นในส่วนต่อไป

 2. สาเหตุและ/หรือปัจจัยกระตุ้นต่อการเดินเข้าสู่เส้นทางการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม

                 ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ชี้ให้เห็นถึง สาเหตุ ปัจจัยกระตุ้น หรือทั้งสองอย่างในสิ่งเดียวกัน ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและค่านิยมของหญิงชาวอีสานกลุ่มหนึ่ง ในการเดินเข้าสู่เส้นทางของการเป็น ภรรยาฝรั่ง โดยจะได้เน้นการมองผ่านบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าบทเพลงเหล่านี้ นอกจากจะทำหน้าที่หลักคือ การให้ความบันเทิง ให้ความเพลิดเพลินแล้ว วรรณกรรมยังทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นบันทึกสภาพสังคมในยุคสมัยของวรรณกรรมนั้น ๆ เอาไว้ จึงมีฐานะเป็นเสมือนดังเครื่องบันทึก และสะท้อนสภาพสังคมนั้น ๆ เพราะเนื้อเรื่องของวรรณกรรมนั้นหนีไม่พ้นการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพสังคมในแง่มุมต่าง ๆ ในสังคม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ นั้นก็มักจะวนเวียนอยู่ในพฤติการณ์ของบุคคลทั้งเหตุการณ์ส่วนตัวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกที่มากระทบ (วิจิตรา ขอนยาง, 2532 : 21) ดังนั้นบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ที่เผยแพร่อยู่ในสังคมอีสานก็ย่อมเป็นกระจกที่สะท้อน/ถ่ายทอดความเป็นอีสานในแง่มุมต่าง ๆ ในแต่ละยุคแต่ละสมัยได้เป็นอย่างดีด้วยส่วนหนึ่ง ในแง่มุมเกี่ยวกับประเด็นการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่บทเพลงลูกทุ่ง หมอลำได้ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และมโนภาพของปรากฏการณ์ดังกล่าวออกมาในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งในส่วนของสาเหตุของการเดินเข้าสู่ถนนสายนี้นั้น ผู้เขียนจะขอแยกประเด็นที่ผู้เขียนมองว่าเป็นสาเหตุและ/หรือปัจจัยกระตุ้นอันส่งผลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของหญิงชาวอีสานกลุ่มนั้น ซึ่งก็จะใช้กรอบของเพลงลูกทุ่ง หมอลำในการมองและวิเคราะห์ ดังจะกล่าวต่อไป

                 2.1. สาเหตุทางด้านสังคม

                     กรอบของคำว่า สังคม ในงานเขียนชิ้นนี้ผู้เขียนจะขอกำหนดกรอบให้แคบเพื่อความกระชับ โดยที่ สังคม ในที่นี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงเฉพาะวิถีการดำรงชีวิต สถานภาพทางสังคมในรูปแบบ/แง่มุมต่าง ๆ ค่านิยมของคนในสังคม เหล่านี้เป็นต้น

                      ซึ่งสาเหตุด้านสังคมที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมก็คือ สถานภาพทางการสมรส (Marital status) ที่เป็นสถานภาพของการหย่าร้าง เช่น เห็นได้ในบทเพลง คุณนายสวิส ของนักร้องที่มีชื่อว่า ไหมไทย ใจตะวัน โดยที่มีเนื้อหาว่า อยู่กินกับอ้ายมาตั้งหลายปี ทิ้งอ้ายไปได้สามี สวิสเซอแลนด์แสนไกล วันนั่งเครื่องบิน อ้ายนอนเกือกดินฮ้องให้ กอดลูกสองคนหญิงชาย แม่เขาทิ้งเราลงคอ แสดงให้เห็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม ที่ผู้หญิงที่จะไปหาสามีที่เป็นฝรั่งนั้นล้วนประสบกับปัญหาการอย่าร้าง ซึ่งสาเหตุของการอย่าร้างส่วนหนึ่งนั้นจะได้กล่าวในประเด็นทางด้านเศรษฐกิจต่อไป ดังเช่นในงานศึกษาของ ดร.รัตนา บุญมัธยะ ได้นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง "ภรรยาฝรั่ง ความสัมพันธ์ของผู้หญิงไทยกับผู้ชายต่างชาติ (รัตนา บุญมัธยะ, 2548 : 2 – 4) ที่พบว่า โดยส่วนมากของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงผ่านการหย่าร้างมาแล้ว และฝ่ายหญิงหลายคนมีลูกติดด้วย ซึ่งในบทเพลง เห็นเธอที่เยอรมัน ของนักร้องคนเดียวกันนี้ก็ได้สะท้อนภาพดังกล่าวในตัวบทที่ว่า มีคนเห็นเธอที่เยอรมัน แฟนเก่าที่ชื่อสาวจันทร์ มีลูกนำกันสองคน เธอทิ้งครอบครัวเพราะผัวเก่ามันคนจน ตามหากะบ่อเห็นส่น มีคนไปเจอที่เยอรมัน แสดงให้เห็นถึงสภาพการณ์ความไม่ปกติของสถานภาพการสมรสของหญิงที่ตัดสินใจเป็นภรรยาฝรั่ง มักจะเป็นหญิงที่มีความบกพร่องในชีวิตสมรส คือ ผ่านการหย่าร้าง จากเนื้อหาบางตอนในบทเพลงทั้งสองบทเพลงที่กล่าวมาดังกล่าวก็ได้ชี้ให้เห็นว่า การหย่าร้างจึงถือเป็นสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นหนึ่งในการไปเป็นภรรยาฝรั่งของหญิงชาวอีสานกลุ่มนั้น เพราะเมื่อมองในแง่มุมที่เพศหญิงเป็นเพศที่ต้องพึ่งพาเพศชายเพื่อเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวแล้วนั้น เมื่อเกิดการหย่าร้างขึ้นฝ่ายหญิงจะขาดหลักในการพึ่งพา และโดยเฉพาะหญิงที่มีบุตรติดสอยห้อยตามมาด้วยแล้วนั้นก็จะยิ่งทำให้ประสบกับความยากลำบากในการที่จะหาเลี้ยงตนเองและลูกน้อยได้ ซึ่งทางออกส่วนหนึ่งก็คือการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมกับชายชาวต่างประเทศนั่นเอง

                ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่าเป็นปัจจัยทางด้านสังคมก็คือ ค่านิยมเกี่ยวกับความกตัญญู คนในสังคมอีสานนั้นมีความเชื่อที่ยึดโยงอยู่กับหลักในพุทธศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่สั่งสอนให้รู้จักบุญคุณของผู้ที่มีพระคุณต่อเรา โดยเฉพาะผู้ที่เป็นบิดากับมารดา ความกตัญญูที่ต้องการจะดูแลครอบครัวต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่ามีส่วนในการไปเป็นภรรยาฝรั่งของหญิงอีสาน เพราะการสมรสกับชาวต่างชาติมักจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถส่งผลให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย ดังที่เห็นในบทเพลง อยากได้ผัวฝรั่ง ร้องโดย แอน หนึ่งในสมาชิกวงร็อคแสลง (อัลบั้มเฒ่าหัวงู) ที่แต่งเนื้อร้องโดย อาจารย์สัญญาลักษณ์ ดอนศรี ในตัวบทที่ว่า อยากใส่ทองเต็มตัว ขอเงินผัวฝรั่ง สร้างบ้านสักหนึ่งหลัง ให้อี่พ่ออี่แม่ ในตัวบทดังกล่าวนอกจากจะทำให้เราเห็นถึงความต้องการมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถทำให้เห็นถึงความต้องการที่จะทดแทนบุญคุณ กล่าวคือ ความต้องการที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้แก่พ่อแม่ของตน

                นอกจากนั้นแล้วสาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่เรามักจะมองข้ามว่าเป็นปัจจัยกระตุ้นต่อการไปเป็นภรรยาฝรั่งของหญิงชาวอีสานกลุ่มหนึ่งก็คือ การมีรูปร่าง/ลักษณะทางกายภาพ ที่ไม่เป็นรสนิยม/ค่านิยมหลักของผู้ชายอีสาน เห็นได้ในเนื้อร้องอีกท่อนในบทเพลง อยากได้ผัวฝรั่ง ที่มีเนื้อร้องว่า อยากได้ผัวฝรั่ง อยากนั่งเป็นคุณนาย เกิดเป็นคนผู้ฮ้าย บ่ถูกตาชายไทย โตจ่อย ๆ ดำ ๆ ฝรั่งมันชอบหลาย ลาแล้วเด๊อกู๊ดบาย ไปเอาผัวฝรั่ง และในบทเพลงที่ชื่อว่า "ผัวฝรั่ง" ร้องโดย เจเน็ท เขียว (อัลบั้มเงินตัวเดียว) ประพันธ์โดย อาจารย์สุริยันต์ ปากศรี ที่มีเนื้อร้องว่า บ่สนดอกคำนินทา ดำคือน้องหล้า นี่แหละสเป็กฝรั่งเด้อ.. ขอบอกขอบอกนี่ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง แต่ผู้เขียนเห็นว่าน่าจะเป็นเหตุผลส่วนน้อยที่ทำให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม อันเป็นผลมาจากสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นดังกล่าวนี้

                 2.2. สาเหตุทางเศรษฐกิจ

                     สาเหตุทางเศรษฐกิจถูกว่ามองเป็นสาเหตุหลักในการเดินทางเข้าสู่การเป็น ภรรยาฝรั่ง ของหญิงชาวอีสานที่พบเห็นได้ในงานเขียนหลาย ๆ ชิ้น ซึ่งในแง่มุมนี้ผู้เขียนจะได้วิเคราะห์ผ่านบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ เพื่อที่จะทราบถึงสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นในแง่มุมทางด้านเศรษฐกิจที่สะท้อนผ่านวรรณกรรมเหล่านั้น และจากการสำรวจวรรณกรรมประเภทบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ก็พบว่าสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นทางเศรษฐกิจดังกล่าวนี้ส่งผลอย่างสำคัญต่อการไปเป็นภรรยาฝรั่ง ดังตัวบทในบทเพลงที่ชื่อ ถูกทิ้งที่พัทยา ของนักร้องไหมไทย ใจตะวัน ก็ได้กล่าวถึงสาเหตุของการที่ถูกภรรยาของตนทิ้งไป เพื่อไปมีแฟนใหม่เป็นฝรั่งที่มีใจความว่า ไม่ถึงครึ่งเดือน ก็เป็นดั่งเพื่อนเตือนไว้ แฟนพี่ถูกเงินดึงใจ เลื่อมใสผู้ชายผมทอง เข้าโรงแรมหรู ห้องเช่ารังหนูไม่หวนมามอง ทิ้งคนเคยเป็นแฟนน้อง ให้นอนมองเพดานทำใจ กล่าวถึงการที่ผู้หญิงทิ้งผู้เป็นสามีซึ่งยากจนไปเข้าหาฝรั่งผู้มีเงินมากกว่า หรือในเพลง เห็นเธอที่เยอรมัน ก็กล่าวถึงสาตุของการไปเป็นภรรยาฝรั่งนี้ไว้เช่นกัน เห็นได้จากตัวบทที่ว่า มีคนเห็นเธอที่เยอรมัน แฟนเก่าที่ชื่อสาวจันทร์ มีลูกนำกันสองคน เธอทิ้งครอบครัวเพราะผัวเก่ามันคนจน ตามหากะบ่อเห็นส่น มีคนไปเจอที่เยอรมัน จะเห็นได้จากในบทเพลงว่าฐานะทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยหนึ่งที่เป็นตัวกระตุ้นหรือส่งเสริมให้ผู้หญิงอีสานไปเป็นภรรยาฝรั่ง เห็นได้อย่างชัดเจนในบทเพลงทั้งสองที่กล่าวมาในข้างต้น นอกจากนั้นแล้ว ปัจจัยกระตุ้นทางด้านเศรษฐกิจนี้ยังสามารถเห็นได้ในบทเพลงอื่นอีกด้วยเช่น เพลง อยากได้ผัวฝรั่ง ที่มีเนื้อร้องตอนหนึ่งว่า บ่ได้ไปขายตัว ไปหาผัวเด๊อแม่ เกิดมาทุกข์ยากแท้ อยากได้ผัวฝรั่ง เป็นเนื้อหาที่สะท้อนสาเหตุทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ที่บอกว่าไปเป็นภรรยาฝรั่งเพราะฐานะทางเศรษฐกิจไม่ดี หรือในเพลง ผัวฝรั่ง ในเนื้อร้องที่ว่า ผัวฝรั่งพามั่งพามี เงินเขาล่ะดี เงินมากราคา สร้างบ้านหลังโตโอ่อ่า ซื้อรถซื้อราคันละเป็นล้าน ขอให้โชคให้หมาน ๆ ได้ผัวฝรั่งเด้อ ..สาธุ

                      ตัวบทที่กล่าวมาในข้างต้นนี้ก็ได้ชี้ให้เห็นถึง อำนาจทางเศรษฐกิจที่ส่งผลในการเป็นปัจจัยกระตุ้น/เป็นสาเหตุในการไปเป็นภรรยาฝรั่งของผู้หญิงชาวอีสานกลุ่มหนึ่งได้ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจดังกล่าวนี้เป็นสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นหลัก ๆ อันส่งผลให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมขึ้น เห็นได้ในตัวบท/เนื้อเพลงที่ได้กล่าวยกตัวอย่างมาในข้างต้นนั้น ในหลาย ๆ บทเพลงหรือเกือบจะทุกเพลงที่บรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับภรรยาฝรั่งนั้น ล้วนแล้วแต่กล่าวถึงสาเหตุทางเศรษฐกิจไว้ว่าเป็นสาเหตุที่สำคัญแทบทั้งสิ้น การกล่าวดังกล่าวย่อมที่จะสะท้อนภาพจากมุมมองของคนในสังคม/คนอื่นที่ไม่ใช่เครือญาติของผู้หญิงกลุ่มที่เป็นภรรยาฝรั่งนั้น ที่เป็นมุมมองต่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม ในแง่มุมที่ว่าเป็นไปเพื่อการเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจของฝ่ายหญิง เพื่ออำนวยความสบายให้แก่ตนและ/หรือครอบครัว นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่สะท้อนให้เห็นในบทเพลงหลายเพลงเกี่ยวกับการไปเป็นภรรยาฝรั่ง โดยเฉพาะบทเพลงที่ถูกนำเสนอโดย ไหมไทย ใจตะวัน ไม่ว่าจะเป็นเพลง เห็นเธอที่เยอรมัน, ถูกทิ้งที่พัทยา, และคุณนายสวิส หรือเพลงของนักร้อง พรศักดิ์ ส่องแสง ในบทเพลงที่ชื่อ ลำแพนยายงกอกหัก บทเพลงที่กล่าวมาเหล่านี้ ล้วนนำเสนอภาพความเลวร้ายของหญิงที่ไปเป็นภรรยาฝรั่งในอีกแง่มุมหนึ่ง ที่มีจุดเริ่มต้นจากการมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ยากจนทำให้ฝ่ายภรรยาทิ้งสามีและลูกที่เป็นคนไทยไปแต่งงานกับฝรั่ง เพื่อความสุขสบายของตนเองและเพื่อเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจ

                ตามความคิดเห็นของผู้เขียนแล้วผู้เขียนเห็นว่า สาเหตุหรือปัจจัยกระตุ้นหลัก ๆ ในการไปเป็นภรรยาฝรั่งของหญิงชาวอีสานนั้น มีสาเหตุมาจากปัญหาทางด้านฐานะทางเศรษฐกิจเป็นหลัก กล่าวคือ ส่วนหนึ่งผู้เขียนเห็นได้จากการวิเคราะห์บทเพลงลูก ทุ่งหมอลำที่มีการกล่าวถึงภรรยาฝรั่งดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้น อีกส่วนหนึ่งผู้เขียนพิจารณาจากบริบทแวดล้อมและการสร้างวาทกรรมขึ้นมาในสังคมอีสาน ซึ่งวาทกรรมดังกล่าวนั้นก็คือคำกล่าวที่ว่า ถ้าอยากรวยเร็วกว่าถูกหวย ก็ต้องเอาผัวฝรั่ง ซึ่งวาทกรรมนี้ก็คงจะสามารถอธิบายถึงความต้องการเลื่อนชั้นในฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ที่ไปเป็นภรรยาฝรั่งเป็นอย่างดี ทั้งสองส่วนในข้างต้นทำให้ผู้เขียนเห็นว่า สาเหตุทางเศรษฐกิจนั้นส่งผลในการเป็นสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญและรุนแรงกว่าสาเหตุทางด้านสังคม เห็นได้จาก ความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันระหว่างสาเหตุทั้งสองด้าน เช่น ความกตัญญูต่อบิดามารดาก็ทำให้ต้องสร้างฐานะทางเศรษฐกิจเพื่อที่จะให้บิดามารดาได้อยู่สุขสบายด้วยการไปเป็นภรรยาฝรั่ง เป็นต้น และนอกจากนั้นแล้วความสัมพันธ์ของปัจจัยกระตุ้นส่วนใหญ่มักจะวนเข้ามาเกี่ยวเนื่องกับสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจอยู่ตลอดนั่นเอง ซึ่งผลจากการมองว่าสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจว่าเป็นสาเหตุสำคัญที่ส่งอิทธิพลต่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของบรรดาภรรยาฝรั่งชาวอีสานนี้ ก็เป็นสาเหตุให้คนจำนวนหนึ่งในสังคมมองหญิงที่ไปเป็นภรรยาฝรั่งเหล่านั้นในแง่ลบ คือมองว่าเป็นการไปขายตัว ซึ่งเป็นการมองที่ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของหญิงเหล่านั้น ในทัศนของผู้เขียนแล้วแม้ผู้เขียนเองจะเห็นว่าสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจจะเป็นสาเหตุสำคัญในการไปเป็นภรรยาฝรั่งก็จริง แต่ผู้เขียนมิได้หมายความ/มองว่าผู้หญิงที่ไปเป็นภรรยาฝรั่งเหล่านั้นเป็น ผู้หญิงอย่างว่า แต่อย่างใด เพราะผู้เขียนเห็นว่าสังคมควรที่จะมองการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนี้อย่างเคารพต่อการตัดสินใจและสิทธิของบรรดาภรรยาฝรั่งเหล่านั้น ซึ่งที่เป็นทั้งผู้เลือกและผู้ที่ถูกเลือก และกระบวนการการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมดังกล่าวหาได้เกิดอย่างฉาบฉวยโดยไม่ผ่านการคัดเลือกแต่อย่างไร ในหลายกรณีพบว่าผู้หญิงที่จะเลือกเป็นภรรยาฝรั่งเหล่านั้นมีการคบหาดูใจกับชายชาวต่างชาติก่อนการตัดสินใจแต่งงานด้วย กระบวนการคบหาดูใจที่ผู้เขียนยกมากล่าวนี้คงพอที่จะทำให้เห็นกระบวนการคิดและการตัดสินใจของบรรดาภรรยาฝรั่งจำนวนหนึ่งได้ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของหญิงชาวอีสานนั้นแม้ว่าจะมีสาเหตุหลักมาจากประเด็นทางด้านเศรษฐกิจ แต่ก็มิใช่การขายตัว เพราะผู้หญิงเหล่านั้นมีกระบวนการในการเลือกสามีชาวต่างชาติ โดยไม่ได้เสนอตัวแลกเปลี่ยนกับเงินก่อนเสมอไป อย่างไรก็ตามการกล่าวในข้างต้นของผู้เขียนก็มิได้ปฏิเสธการมองผู้หญิงที่ไปเป็นภรรยาฝรั่งในแง่ลบว่าไม่มีส่วนของความเป็นจริง เพราะกระบวนการในการได้มาซึ่งสามีชาวต่างชาตินั้นได้มาด้วยวิธีการที่หลากหลาย เช่น เพื่อน/คนรู้จักแนะนำ การไปทำงานบริการในเขตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นิยมของชาวต่างชาติ เหล่านี้เป็นต้น ดังนั้นการมองปรากฏการณ์ดังกล่าวจึงต้องเกี่ยวข้องกับบริบทแวดล้อมด้วย

3. สภาพการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมและผลที่เกิดขึ้นต่อสังคม

                 จากที่เราได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมที่ปรากฏอยู่ในบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่นำมาสู่การเป็นสาเหตุและแรงเสริมต่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของหญิงชาวอีสานแล้วนั้น ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้กล่าวถึงผลต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและส่งผลต่อสังคมอีสานอย่างไรบ้าง ซึ่งในส่วนนี้นั้นผู้เขียนจะได้นำส่วนที่เป็นข้อมูลทุติยภูมิหรือข้อมูลปฐมภูมิจากแหล่งที่มีผู้เก็บรวบรวมและศึกษาไว้แล้ว อาทิ สถิติ แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่งต่าง ๆ มาวิเคราะห์ประกอบการเกิดผลกระทบต่อสังคมในด้านต่าง ๆ ด้วย ซึ่งในการที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอันเกิดจากการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนั้น ผู้เขียนจะขอใช้วิธีการกล่าวถึงผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น กล่าวคือ

                  การเกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนั้นส่งผลให้เกิด ค่านิยมใหม่ ขึ้นมาในสังคมอีสาน โดยเฉพาะเมื่อเราพิจารณาจากวาทกรรมที่ว่า ถ้าอยากรวยเร็วกว่าถูกหวย ก็ต้องเอาผัวฝรั่ง ซึ่งก็สามารถอธิบายการก่อตัวของค่านิยมนี้ได้ในระดับหนึ่ง และเห็นได้จากบทเพลง อยากได้ผัวฝรั่ง และเพลงผัวฝรั่ง ที่ผู้เขียนยกบทเพลงทั้งสองมานั้น ก็เพราะบทเพลงทั้งสองนั้นมีนักร้องผู้นำเสนอบทเพลงเป็นผู้หญิงทั้งสองบทเพลง และในเนื้อหาของเพลงนั้นก็เป็นการนำเสนอทัศนคติของตัวละครที่เป็นผู้หญิงต่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในแง่มุมที่ผู้เขียนมองว่าเป็นด้านดี เพราะในบทเพลงนำเสนอผลที่จะเกิดขึ้นจากการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนั้นว่า จะทำให้เกิดความก้าวหน้าในชีวิต เช่น ในเพลงอยากได้ผัวฝรั่ง ที่มีเนื้อร้องว่า อยากได้ผัวฝรั่ง อยากจะนั่งเครื่องบิน อยากมีอันจะกิน อยากจะกินขนมปัง อยากใส่ทองเต็มตัว ขอเงินผัวฝรั่ง สร้างบ้านสักหนึ่งหลัง ให้อี่พ่ออี่แม่ หรือในเพลงผัวฝรั่ง ที่มีเนื้อร้องว่า ...ผัวฝรั่งพามั่งพามี เงินเขาล่ะดี เงินมากราคา สร้างบ้านหลังโตโอ่อ่า ซื้อรถซื้อราคันละเป็นล้าน ขอให้โชคให้หมาน ๆ ได้ผัวฝรั่งเด้อ..สาธุ เหล่านี้ก็เห็นถึงการเปลี่ยนค่านิยมของทั้งคนในสังคมและของหญิงที่จะไปเป็นภรรยาฝรั่งเอง การเปลี่ยนแปลงค่านิยมดังกล่าวนี้ส่งผลต่อการยอมรับและการเพิ่มจำนวนของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมด้วย

                การให้การยอมรับและการเพิ่มจำนวนของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม เมื่อสังคมมีการเปลี่ยนแปลงค่านิยม ก็ทำให้คนในสังคมมีทัศนคติต่อการเป็นภรรยาฝรั่งที่เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่เป็นมุมมองในเชิงของการดูถูกเหยียดหยามดังเช่นที่เห็นในบทเพลง คุณหญิงดอลลาร์และเพลงแหม่มปลาร้า ที่แสดงให้เห็นถึงทัศนคติในเชิงลบของสังคมต่อการกระทำดังกล่าวของเพศหญิงที่เป็นภรรยาฝรั่ง ซึ่งเห็นได้จากการใช้วาทกรรมในการลดทอนคุณค่าของการมีพฤติกรรมดังกล่าวโดยนิยามคำว่า เมียเช่า ขึ้นมาใช้เรียกภรรยาฝรั่งในสมัยนั้น แต่ในปัจจุบันพฤติกรรมดังกล่าวก็กลับกลายมาเป็นเรื่องปกติธรรมดา และเป็นค่านิยมที่แพร่หลายในสังคมอีสาน ซึ่งส่วนหนึ่งเห็นได้ในบทเพลง อยากได้ผัวฝรั่ง และเพลงผัวฝรั่ง ดังที่ได้กล่าวมา อีกส่วนหนึ่งนั้นยังเห็นได้จากการแพร่หลายของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในสังคมอีสาน เช่น จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สนช.) ได้นับจำนวนและได้จัดลำดับของจังหวัดในภาคอีสานที่มีการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมไว้ คือ จังหวัดขอนแก่นมีจำนวนมากที่สุดคือ 2,435 คู่ รองลงมาคือจังหวัดอุดรธานี จำนวน 2,228 คู่ อันดับสามคือจังหวัดหนองคาย จำนวน 1,441 คู่ (กรุงเทพธุรกิจ, 2547 : 1) อาจกล่าวได้ว่าจากการแพร่หลายของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในสังคมอีสานประกอบกับการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการหลอมรวมที่เรียกว่า ยุคโลกาภิวัตน์ (Globalization) ทำให้การเป็นภรรยาฝรั่งกลายเป็นค่านิยมที่ไม่แปลกใหม่สำหรับสังคมอีสาน

                          ผู้เขียนเห็นว่าการที่สังคมเปลี่ยนแปลงแนวคิดดังกล่าวนั้นก็เพราะ ส่วนหนึ่งแล้วเราคงจะปฏิเสธได้ยากว่าผู้หญิงที่เป็นภรรยาฝรั่งเหล่านี้สามารถดึงเม็ดเงินต่างชาติเข้าประเทศได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็เป็นจำนวนที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นจำนวนที่มากพอสมควรทีเดียว เห็นได้จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สนช.) เกี่ยวกับการส่งเงินกลับบ้านของภรรยาฝรั่งในแต่ละเดือนพบว่า ผู้หญิงเหล่านี้ส่งเงินกลับบ้านเดือนละกว่า 122 ล้านบาท (อ้างถึงใน กรุงเทพธุรกิจ, 2547 : 2) เงินจำนวนมากนี้ทำให้สังคมยอมรับการเป็นภรรยาฝรั่งได้ในระดับหนึ่ง และจากการที่เห็นตัวอย่างครอบครัวหรือหมู่บ้านของบรรดาภรรยาฝรั่งเหล่านั้นมีความมั่งคั่ง/ประสบความสำเร็จในด้านเศรษฐกิจขึ้นมาในสังคม ก็ทำให้เกิดความต้องการเลียนแบบ และเมื่อค่านิยมดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นอย่างกว้างขวางเข้าก็กลายเป็นค่านิยมใหม่ขึ้นมาในสังคม ยกตัวอย่างกรณีดังกล่าวนี้เช่น เมื่อถามฝ่ายหญิงถึงเหตุผลสำคัญในการตัดสินใจเป็นภรรยาชาวต่างชาติพบว่าจุดสำคัญคือ ความยากจนซ้ำซาก และความกตัญญูที่ต้องการจะดูแลครอบครัว เพราะการสมรสกับชาวต่างชาติมักจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น มีเงิน โอกาส และความมั่นคงดีขึ้นกว่าเดิม ความข้อนี้ทำให้สถานภาพของผู้หญิงในหมู่บ้านดีขึ้น กระทั่งชาวบ้านชักจะนิยมการมีลูกสาวมากกว่าลูกชาย ถึงขนาดที่ผู้เฒ่าทั้งหลายพูดจาถากถางกันว่า การมีลูกผู้ชายนั้นไม่มีประโยชน์เท่ากับการมีลูกผู้หญิง ส่วนเด็กสาวในหมู่บ้านก็พากันตอบคำถามที่ว่า โตขึ้นอยากเป็นอะไร ว่า อยากสมรสกับฝรั่ง เป็นต้น

                การยอมรับและการเปลี่ยนแปลงค่านิยมรวมทั้งทัศนคติของสังคมต่อปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของหญิงชาวอีสานดังกล่าวนั้น ผู้เขียนมองว่า มิได้เกิดจากการยอมรับในกระบวนการการตัดสินใจหรือจากการเคารพต่อสิทธิของผู้หญิงเหล่านั้นแต่อย่างใด หากแต่การเปลี่ยนแปลงแง่มุมการมองของสังคมต่อปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมดังกล่าวนั้น เป็นเพียงเพราะเห็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์ดังกล่าวทั้งในระดับประเทศ และระดับชุมชนหมู่บ้านเท่านั้น จึงทำให้เกิดการยอมรับขึ้นมาในระดับหนึ่งเพียงเท่านั้น

4. สรุป

                 การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมที่แพร่หลายในสังคมอีสานเกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง ที่แสดงออกผ่านวรรณกรรมประเภทบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ได้สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการของปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรม ซึ่งตั้งแต่ในช่วงแรก ๆ ที่พบในบทเพลงที่เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมขึ้นในสังคมอีสานก็คือ ช่วงสงครามเวียดนามที่มีกองกำลังทหารต่างประเทศได้เข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดอุดรธานี การมาตั้งฐานทัพดังกล่าวก็ทำให้เป็นการเปิดโอกาสให้ ฝรั่ง ได้มีโอกาสพบกับสาวอีสาน แต่การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในช่วงดังกล่าวก็ไม่ได้รับการยอมรับในสังคมขณะนั้น โดยผู้หญิงที่เป็นภรรยาฝรั่งในขณะนั้นถูกลดคุณค่าว่าเป็นแต่เพียง เมียเช่า เท่านั้น แตกต่างกับในช่วงปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทัศนคติต่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมดังกล่าว ในแง่ที่สังคมนั้นให้การยอมรับผู้หญิงเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น

                ส่วนสาเหตุของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนั้น จากการมองผ่านบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ผู้เขียนได้แยกกลุ่มของสิ่งที่เป็นสาเหตุออกเป็น 2 กลุ่ม/ประเด็น คือ สาเหตุทางด้านสังคม และสาเหตุทางด้านเศรษฐกิจ ซึ่งประเด็น/สาเหตุทางด้านสังคมนั้น ประกอบไปด้วย สถานภาพทางการสมรสที่เป็นสถานภาพของการหย่าร้าง กล่าวคือ ฝ่ายหญิงที่ไปเป็นภรรยาฝรั่งนั้นมักเป็นผู้ที่เคยผ่านการมีสามีแล้วเป็นส่วนใหญ่ สาตุทางสังคมต่อมาคือ ความกตัญญู/ความต้องการทดแทนบุญคุณบิดามารดา ด้วยการมีสามีเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงนั้นสามารถเกื้อหนุน/อุปถัมภ์ครอบครัวได้ สาตุต่อมาคือการมีลักษณะทางกายภาพ/รูปร่างที่ไม่เป็นที่นิยมตามค่านิยมกระแสหลักของชายไทย แต่กลับไปถูกตาต้องใจต่อชาวต่างชาติ สาเหตุดังกล่าวนี้ผู้เขียนเห็นว่าก็มีส่วนในการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมด้วยเช่นกัน ในส่วนของประเด็น/สาเหตุทางด้านเศรษฐกิจ ผู้เขียนมองว่าเป็นสาเหตุหลักที่กระตุ้น/ส่งอิทธิพลให้ผู้หญิงในสังคมอีสานไปเป็นภรรยาฝรั่ง ด้วยการมีฐานของฐานะทางเศรษฐกิจที่ไม่ดี จึงต้องการที่จะประสบความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจโดยการเป็นภรรยาฝรั่ง เพื่อที่จะสามารถเลื่อนฐานะทางเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว

                ในส่วนของผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น ผู้เขียนเห็นว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสังคมมีผลในด้านของการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของคนในสังคมต่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงมาเป็นการมองในมุมมองที่ดีขึ้น และเกิดค่านิยมใหม่ต่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้รับอิทธิพลอย่างยิ่งจากปัจจัยกระตุ้นทางด้านเศรษฐกิจ จนทำให้เกิดการยอมรับค่านิยมและพฤติกรรมดังกล่าวในสังคม และเกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางในสังคมอีสาน ดังที่ได้กล่าววิเคราะห์ให้เห็นจากบทเพลงและจากสถิติต่าง ๆ ดังที่ได้กล่าวมาในข้างต้นก็ได้แสดงให้เห็นถึงการขยายขอบเขตและปริมาณของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในสังคมอีสานที่มีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก การเพิ่มขึ้นดังกล่าวก็แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงต่อค่านิยมของคนในสังคมเกี่ยวกับการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี/ให้การยอมรับมากขึ้นด้วย

                จากที่กล่าวมาในข้างต้นนั้นได้แสดงให้เห็นถึงปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของผู้หญิงชาวอีสานที่ปรากฏให้เห็นผ่านวรรณกรรมในรูปแบบบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ซึ่งบทเพลงบางบทเพลงก็เป็นบทเพลงที่โด่งดังและถูกขับร้องโดยนักร้องที่มีชื่อเสียง เช่นบทเพลง ถูกทิ้งที่พัทยา ที่ถูกขับร้องโดยนักร้องชื่อดังที่ชื่อ ไหมไทย ใจตะวัน และบทเพลงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนี้ก็ล้วนได้รับการนำเสนอและเผยแพร่อย่างกว้างขวางในสังคมอีสานผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้ง วิทยุ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ต เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งเป็นการแพร่กระจายให้สังคมได้รับรู้เกี่ยวกับมุมมอง ทัศนคติ ความคิด ประสบการณ์ รวมทั้งปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในสังคมอีสาน และที่กระทบต่อผู้เขียน/แต่งบทเพลงเหล่านั้น จนทำให้เกิดการขยายตัว/การเพิ่มปริมาณของจำนวนผู้หญิงอีสานที่แต่งงานกับชายชาวต่างชาติในปริมาณที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต และเกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ ค่านิยม และแง่มุมในการมองปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้ในแง่มุมที่ให้การยอมรับมากยิ่งขึ้น

                อย่างไรก็ตามการยอมรับดังกล่าวก็หาใช่การยอมรับโดยเคารพในกระบวนการการตัดสินใจและเคารพในสิทธิของหญิงซึ่งเป็นภรรยาฝรั่งเหล่านั้นไม่ หากแต่การยอมรับดังกล่าวเป็นไปเพราะเห็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมเท่านั้น ยอมรับเพราะผู้หญิงเหล่านั้นส่งเงินกลับบ้าน/นำเงินเข้าประเทศจำนวนมากในแต่ละเดือน ยอมรับเพราะผู้หญิงเหล่านั้นร่ำรวยในหมู่บ้าน ภรรยาฝรั่งเหล่านั้นก็มักจะจัดงานต่าง ๆ เช่น งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ งานบุญต่าง ๆ อย่างใหญ่โตแสดงถึงความร่ำรวยก็ทำให้สังคมเกิดการยอมรับขึ้นในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับสมัยที่ภรรยาฝรั่งถูกมองว่าเป็น เมียจีไอ/เมียเช่า แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนก็มีข้อคิดเห็นที่อยากเสนอแนะในงานเขียนชิ้นนี้ว่า การมองปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนี้ แม้เราจะมองได้หลายแง่มุม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบริบทแวดล้อมและจุดยืนของแต่ละบุคคล แต่ในการมองและการตัดสินคุณค่านั้นผู้เขียนเห็นว่าเราควรจะใช้จุดยืน/มองอย่างเชื่อมโยงสัมพันธ์กับการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงเหล่านั้น ที่มีเหตุผลในการตัดสินใจเลือกตามสาเหตุที่หลายหลากแตกต่างกันไป และเราควรจะมองโดยเคารพสิทธิที่ผู้หญิงเหล่านั้นพึงมีพึงได้โดยไม่ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงเหล่านั้นลง การทำเช่นนี้ผู้เขียนเห็นว่าจะทำให้เรามองและกล่าวถึงปรากฏการณ์ดังกล่าวอย่างเป็นธรรมและไม่ลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้หญิงเหล่านั้นนั่นเอง

 

บรรณานุกรม 

เขยอิมพอร์ตกับบุญรอดยุคใหม่,” กรุงเทพธุรกิจ. 23 มิถุนายน 2547. หน้า 1 – 2.

ไขปริศนาเสน่ห์อีสาน สาวที่ราบสูง มัดใจชายข้ามโลก, เดลินิวส์. 24 กรกฎาคม 2547. หน้า 3.

พัชรินทร์ ลาภานันท์ และคณะ. การแต่งงานข้ามวัฒนธรรม : การศึกษาสภาพองค์ความรู้.                 ขอนแก่น : คลังนานาวิทยา, 2550.

รัตนา บุญมัธยะ. “ภรรยาฝรั่ง : ผู้หญิงอีสานกับการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม ใน วารสารสังคมลุ่ม    น้ำโขง. 2548. หน้า 1 – 55.

วิจิตรา ขอนยาง. การศึกษาประเพณีจากวรรณกรรมพื้นบ้านอีสาน. ปริญญานิพนธ์  ศศ.ม. มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม, 2532.

โสภิดา วีรกุลเทวัญ. หญิงบาร์เบียร์. เชียงใหม่ : ..., 2546. 

บทเพลงที่ใช้ในการวิเคราะห์                

บทเพลงของ ไหมไทย ใจตะวัน

 1.       เพลงเห็นเธอที่เยอรมัน

2.       เพลงถูกทิ้งที่พัทยา

3.       เพลงคุณนายสวิส               

บทเพลงของ สายัณห์ สัญญา

1.       เพลงแหม่มปลาร้า               

บทเพลงของ ทม นทีทอง

1.       เพลงคุณหญิงดอลลาร์               

บทเพลงของ แอน วงร็อคแสลง

1.       เพลงอยากได้ผัวฝรั่ง               

บทเพลงของ พรศักดิ์ ส่องแสง

1.       ลำแพนยายงกอกหัก               

บทเพลงของ เจเน็ต เขียว

1.       เพลงผัวฝรั่ง  

edit @ 23 Mar 2008 07:22:17 by มุ้ย

Comment

Comment:

Tweet

#3 By ศศิมล (125.26.142.95) on 2010-02-22 11:43

อยากแต่งงานแต่งเจ้าบ่าวไม่มาขอสักทีbig smile big smile big smile big smile big smile

#2 By (58.64.56.99) on 2009-03-20 12:54

#1 By (202.12.97.118) on 2009-03-07 14:54