วีรพงษ์ วรวัตร

วิทยาลัยการเมืองการปกครอง

เสนอ อ.เฉลิมเกียรติ ภาระเวช

รายวิชา การเมืองกับวรรณกรรม

ลงเมื่อ 23/03/51

เรื่อง ...

การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมของหญิงชาวอีสาน : มองผ่านบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ 

1. บทนำ                

                   ปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมระหว่างหญิงชาวอีสานกับชายชาวต่างประเทศโดยเฉพาะในแถบยุโรป หรือที่เรามักเรียกแทนกันง่าย ๆ ว่า เอาผัวฝรั่ง และเรียกผู้หญิงนั้นว่าเป็น เมียฝรั่ง/ภรรยาฝรั่ง อันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวางในสังคมอีสาน เห็นได้จากผลการทำวิจัยเรื่อง ชีวิตหญิงไทยในต่างแดน (2547) ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สนช.) จากปี พ.ศ. 2546 – 2547 พบว่าผู้หญิงชาวอีสานที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ มีจำนวนถึง 15,284 คน (อ้างถึงใน เดลินิวส์, 2547 : 3) จากปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้เขียนต้องการที่จะทราบถึงแง่มุมต่าง ๆ กล่าวคือ ในประเด็นแรกผู้เขียนต้องการที่จะชี้ให้เห็นและทำความเข้าใจว่าเหตุใดปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้จึงเกิดขึ้น หรืออีกในแง่มุมหนึ่งก็คือ ต้องการทราบว่า สาเหตุและ/หรือปัจจัยกระตุ้นใดที่ก่อให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในสังคมอีสานอย่างกว้างขวางดังกล่าวนั้น และอีกประเด็นหนึ่งที่ผู้เขียนต้องการศึกษาและแสดงให้เห็นคือสภาพการณ์อันเป็นผลมาจาก สาเหตุ หรือ ปัจจัยกระตุ้นเหล่านั้นอันส่งผลให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมขึ้น และเมื่อการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมเกิดขึ้นแล้วปรากฏการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อสภาพสังคมในแง่มุมต่าง ๆ อย่างไรบ้างประวัติศาสตร์ของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมที่วิเคราะห์และพบเห็นในบทเพลงนั้นปรากฏอยู่ในบทเพลงที่ชื่อว่า คุณหญิงดอลลาร์ ซึ่งขับร้องโดย ทม นทีทอง ดาวตลกประจำวงระพิน ภูไท และบทเพลง แหม่มปลาร้า ซึ่งขับร้องโดย สายัณห์ สัญญา โดยบทเพลงนี้ประพันธ์โดย อาจารย์ชลธี ธารทอง บทเพลงแรกคือเพลง คุณหญิงดอลลาร์ นั้นได้แสดงหรือบอกเล่าเรื่องราวให้เราเห็นภาพของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมสมัยสงครามเวียดนามที่มีกองกำลังของทหารต่างประเทศเข้ามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย โดยเฉพาะฐานทัพสหรัฐฯ ในจังหวัดอุดรธานี เห็นได้จากบทเพลงที่มีเนื้อหาว่า โก้จะตาย แม่คุณนายดอลลาร์ควงฝรั่งมังค่า แล้ววางท่าเป็นฮิปปี้เห็นหนุ่มไทยน้องทำเป็นไม่ไยดีเจอะเหรียญดอลล์พวกแยงกี้เลยไม่วอรี่แบงก์ไทยโก้จริงๆ คุณผู้หญิงดอลลาร์เงินฝรั่งมีค่า หรือถึงได้บ้ากันอยู่ได้เหรียญบาทเรามันน้อยค่าไปหรือยังไงเห่อเหรียญดอลล์กันเข้าไส้ ลืมแบงก์ไทยหรือคนดีหลงดอลลาร์ บ้าฝรั่งกันครึกโครมอเมริกันโกโฮม แล้วน้องจะนั่งโศกีคุณหญิงดอลลาร์จะวางท่ายังไงดีจะหนีไปบวชชี หรือก็ไม่มีใครเลื่อมใสไม่จีรัง หรอกน้องจงฟังพี่ควงกับพวกแยงกี้ สักวันจะต้องร้องไห้เขาอยู่เมืองเราไม่นานเขาก็จากไปสิ่งเหลือเดนเอาไว้ให้ คือเด็กไทยผมแดง ๆ

                 บทเพลงที่ยกมาให้เห็นนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นถึงการเริ่มมีการกล่าวถึงการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในสังคมอีสานตั้งแต่สมัยสงครามเวียดนามซึ่งคนมักเรียกผู้หญิงเล่านั้นว่า เมียจีไอ/เมียเช่า และในบทเพลงที่สองคือเพลง แหม่มปลาร้า เนื้อหาคือทัศนของหนุ่มไทยที่รู้สึกสะใจ ที่เห็นทหารจีไอกลับบ้าน และปล่อยให้เมียเช่า หรือผู้หญิงที่ทำมาหากินกับทหารสหรัฐฯ ต้องนั่งคร่ำครวญหวนไห้อยู่แถวชุมชนใกล้ฐานทัพร้าง แต่อย่างไรก็ตามหากกล่าวถึงการเริ่มมีการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมในยุคแรก ๆ จริง ๆ แล้ว ก็มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ พ.ศ. 2398 ในช่วงหลังการเปิดประเทศ การค้าเสรี (พัชรินทร์ ลาภานันท์และคณะ, 2550 : 12) ซึ่งในยุคดังกล่าวการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมก็ยังคงไม่ได้รับการยอมรับเช่นเดียวกันกับยุคต่อมาที่ปรากฏในบทเพลงแหม่มปลาร้าและบทเพลงคุณหญิงดอลลาร์ดังกล่าวมา

                การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนั้น แท้จริงแล้วก็มีอยู่ในทุก ๆ ภูมิภาคของสังคมไทย แต่ในงานเขียนชิ้นนี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะในขอบเขตของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยหรือที่เรียกกันว่า ภาคอีสาน เท่านั้น ซึ่งในงานเขียนชิ้นนี้ผู้เขียนมุ่งที่จะวิเคราะห์ปรากฏการณ์การแต่งงานข้ามวัฒนธรรมระหว่างผู้หญิงในสังคมอีสานกลุ่มหนึ่งกับผู้ชายที่เป็นชาวต่างชาติที่อยู่ในสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตในแบบของชาติตะวันตก หรือวัฒนธรรมอื่นใดที่แตกต่างไปจากวัฒนธรรมไทย โดยในการวิเคราะห์นั้นจะได้วิเคราะห์ผ่านวรรณกรรม (Literature) ที่บ่งบอกเรื่องราวสภาพสังคมเกี่ยวกับการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม โดยที่ผู้เขียนนั้นได้กำหนดเอาบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์และตีความ และยังจะได้ใช้เพื่อทำความเข้าใจต่อปรากฏการณ์ดังกล่าวในแง่มุมต่าง ๆ ที่ผู้เขียนจะได้กล่าวต่อไป และได้ใช้ข้อมูลในส่วนที่เป็นข้อมูลทุติยภูมิหรือข้อมูลปฐมภูมิจากแหล่งที่มีผู้เก็บรวบรวมและศึกษาไว้แล้ว อาทิเช่น สถิติต่าง ๆ มาประกอบในการวิเคราะห์ด้วย ดังจะได้กล่าวให้เห็นในส่วนต่อไป

 2. สาเหตุและ/หรือปัจจัยกระตุ้นต่อการเดินเข้าสู่เส้นทางการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม

                 ในส่วนนี้ผู้เขียนจะได้ชี้ให้เห็นถึง สาเหตุ ปัจจัยกระตุ้น หรือทั้งสองอย่างในสิ่งเดียวกัน ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและค่านิยมของหญิงชาวอีสานกลุ่มหนึ่ง ในการเดินเข้าสู่เส้นทางของการเป็น ภรรยาฝรั่ง โดยจะได้เน้นการมองผ่านบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าบทเพลงเหล่านี้ นอกจากจะทำหน้าที่หลักคือ การให้ความบันเทิง ให้ความเพลิดเพลินแล้ว วรรณกรรมยังทำหน้าที่อีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นบันทึกสภาพสังคมในยุคสมัยของวรรณกรรมนั้น ๆ เอาไว้ จึงมีฐานะเป็นเสมือนดังเครื่องบันทึก และสะท้อนสภาพสังคมนั้น ๆ เพราะเนื้อเรื่องของวรรณกรรมนั้นหนีไม่พ้นการบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพสังคมในแง่มุมต่าง ๆ ในสังคม หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ การบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ นั้นก็มักจะวนเวียนอยู่ในพฤติการณ์ของบุคคลทั้งเหตุการณ์ส่วนตัวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกที่มากระทบ (วิจิตรา ขอนยาง, 2532 : 21) ดังนั้นบทเพลงลูกทุ่ง หมอลำ ที่เผยแพร่อยู่ในสังคมอีสานก็ย่อมเป็นกระจกที่สะท้อน/ถ่ายทอดความเป็นอีสานในแง่มุมต่าง ๆ ในแต่ละยุคแต่ละสมัยได้เป็นอย่างดีด้วยส่วนหนึ่ง ในแง่มุมเกี่ยวกับประเด็นการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมนี้ก็เช่นเดียวกัน ที่บทเพลงลูกทุ่ง หมอลำได้ถ่ายทอดอารมณ์ ความรู้สึก และมโนภาพของปรากฏการณ์ดังกล่าวออกมาในแง่มุมต่าง ๆ ซึ่งในส่วนของสาเหตุของการเดินเข้าสู่ถนนสายนี้นั้น ผู้เขียนจะขอแยกประเด็นที่ผู้เขียนมองว่าเป็นสาเหตุและ/หรือปัจจัยกระตุ้นอันส่งผลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมของหญิงชาวอีสานกลุ่มนั้น ซึ่งก็จะใช้กรอบของเพลงลูกทุ่ง หมอลำในการมองและวิเคราะห์ ดังจะกล่าวต่อไป

                 2.1. สาเหตุทางด้านสังคม

                     กรอบของคำว่า สังคม ในงานเขียนชิ้นนี้ผู้เขียนจะขอกำหนดกรอบให้แคบเพื่อความกระชับ โดยที่ สังคม ในที่นี้ผู้เขียนจะกล่าวถึงเฉพาะวิถีการดำรงชีวิต สถานภาพทางสังคมในรูปแบบ/แง่มุมต่าง ๆ ค่านิยมของคนในสังคม เหล่านี้เป็นต้น

                      ซึ่งสาเหตุด้านสังคมที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่กระตุ้นให้เกิดการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมก็คือ สถานภาพทางการสมรส (Marital status) ที่เป็นสถานภาพของการหย่าร้าง เช่น เห็นได้ในบทเพลง คุณนายสวิส ของนักร้องที่มีชื่อว่า ไหมไทย ใจตะวัน โดยที่มีเนื้อหาว่า อยู่กินกับอ้ายมาตั้งหลายปี ทิ้งอ้ายไปได้สามี สวิสเซอแลนด์แสนไกล วันนั่งเครื่องบิน อ้ายนอนเกือกดินฮ้องให้ กอดลูกสองคนหญิงชาย แม่เขาทิ้งเราลงคอ แสดงให้เห็นสาเหตุส่วนหนึ่งของการแต่งงานข้ามวัฒนธรรม ที่ผู้หญิงที่จะไปหาสามีที่เป็นฝรั่งนั้นล้วนประสบกับปัญหาการอย่าร้าง ซึ่งสาเหตุของการอย่าร้างส่วนหนึ่งนั้นจะได้กล่าวในประเด็นทางด้านเศรษฐกิจต่อไป ดังเช่นในงานศึกษาของ ดร.รัตนา บุญมัธยะ ได้นำเสนอผลการวิจัยเรื่อง "ภรรยาฝรั่ง ความสัมพันธ์ของผู้หญิงไทยกับผู้ชายต่างชาติ (รัตนา บุญมัธยะ, 2548 : 2 – 4) ที่พบว่า โดยส่วนมากของทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงผ่านการหย่าร้างมาแล้ว และฝ่ายหญิงหลายคนมีลูกติดด้วย ซึ่งในบทเพลง เห็นเธอที่เยอรมัน ของนักร้องคนเดียวกันนี้ก็ได้สะท้อนภาพดังกล่าวในตัวบทที่ว่า มีคนเห็นเธอที่เยอรมัน แฟนเก่าที่ชื่อสาวจันทร์ มีลูกนำกันสองคน เธอทิ้งครอบครัวเพราะผัวเก่ามันคนจน ตามหากะบ่อเห็นส่น มีคนไปเจอที่เยอรมัน แสดงให้เห็นถึงสภาพการณ์ความไม่ปกติของสถานภาพการสมรสของหญิงที่ตัดสินใจเป็นภรรยาฝรั่ง มักจะเป็นหญิงที่มีความบกพร่องในชีวิตสมรส คือ ผ่านการหย่าร้าง จากเนื้อหาบางตอนในบทเพลงทั้งสองบทเพลงที่กล่าวมาดังกล่าวก็ได้ชี้ให้เห็นว่า การหย่าร้างจึงถือเป็นสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นหนึ่งในการไปเป็นภรรยาฝรั่งของหญิงชาวอีสานกลุ่มนั้น เพราะเมื่อมองในแง่มุมที่เพศหญิงเป็นเพศที่ต้องพึ่งพาเพศชายเพื่อเป็นกำลังหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวแล้วนั้น เมื่อเกิดการหย่าร้างขึ้นฝ่ายหญิงจะขาดหลักในการพึ่งพา และโดยเฉพาะหญิงที่มีบุตรติดสอยห้อยตามมาด้วยแล้วนั้นก็จะยิ่งทำให้ประสบกับความยากลำบากในการที่จะหาเลี้ยงตนเองและลูกน้อยได้ ซึ่งทางออกส่วนหนึ่งก็คือการแต่งงานข้ามวัฒนธรรมกับชายชาวต่างประเทศนั่นเอง

                ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่าเป็นปัจจัยทางด้านสังคมก็คือ ค่านิยมเกี่ยวกับความกตัญญู คนในสังคมอีสานนั้นมีความเชื่อที่ยึดโยงอยู่กับหลักในพุทธศาสนาและสิ่งเหนือธรรมชาติ ที่สั่งสอนให้รู้จักบุญคุณของผู้ที่มีพระคุณต่อเรา โดยเฉพาะผู้ที่เป็นบิดากับมารดา ความกตัญญูที่ต้องการจะดูแลครอบครัวต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสาเหตุ/ปัจจัยกระตุ้นหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่ามีส่วนในการไปเป็นภรรยาฝรั่งของหญิงอีสาน เพราะการสมรสกับชาวต่างชาติมักจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถส่งผลให้ครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามไปด้วย ดังที่เห็นในบทเพลง อยากได้ผัวฝรั่ง ร้องโดย แอน หนึ่งในสมาชิกวงร็อคแสลง (อัลบั้มเฒ่าหัวงู) ที่แต่งเนื้อร้องโดย อาจารย์สัญญาลักษณ์ ดอนศรี ในตัวบทที่ว่า อยากใส่ทองเต็มตัว ขอเงินผัวฝรั่ง สร้างบ้านสักหนึ่งหลัง ให้อี่พ่ออี่แม่ ในตัวบทดังกล่าวนอกจากจะทำให้เราเห็นถึงความต้องการมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นแล้ว ยังสามารถทำให้เห็นถึงความต้องการที่จะทดแทนบุญคุณ กล่าวคือ ความต้องการที่จะสร้างบ้านหลังใหม่ให้แก่พ่อแม